F.B.I.s ฝ่าวิกฤตซอมบี้มฤตยู - นิยาย F.B.I.s ฝ่าวิกฤตซอมบี้มฤตยู : Dek-D.com - Writer
×

    F.B.I.s ฝ่าวิกฤตซอมบี้มฤตยู

    เมื่อวันสบายๆของเด็กนักเรียนม.ต้นที่ไม่ธรรมดาสองคนต้องมาผจญภัยอันตรายกับเหล่าซมอบี้ที่เกิดจากวัตถุประหลาดจากฟากฟ้า พวกเธอทั้งสองจะรอดไปถึงจุดหมายหรือไม่? ติดตามได้ใน F.B.I.s ฝ่าวิกฤตซอมบี้มฤตยู

    ผู้เข้าชมรวม

    653

    ผู้เข้าชมเดือนนี้

    3

    ผู้เข้าชมรวม


    653

    ความคิดเห็น


    2

    คนติดตาม


    24
    หมวด :  รักอื่น ๆ
    จำนวนตอน :  12 ตอน (จบแล้ว)
    อัปเดตล่าสุด :  20 มี.ค. 57 / 23:37 น.
    ตั้งค่าการอ่าน

    ค่าเริ่มต้น

    • เลื่อนอัตโนมัติ

    ภารกิจที่ 0

    ในวินาทีที่ทุกสิ่งทุกอย่างจบสิ้นลง

     

                    เสียงออดเปลี่ยนชั่วโมงเรียนของโรงเรียนผดุงนารีดังแบบกังวานทั่วโรงเรียนอาจจะปลุกใครหลายๆคนให้ลืมตาตื่นเหมือนกับเด็กสาวผมยาวสีดำเป็นประกายที่นั่งอยู่ริมหน้าต่าง เธอสะดุ้งตื่นด้วยความงุนงงกับวิชาที่เพิ่งผ่านไปเพราะตื่นมาไม่ทันฟังการสอน ผิดกับเด็กสาวผมสั้นผิดระเบียบโรงเรียนที่ยังคงนอนหลับกรนเสียงเบาๆอยู่ที่โต๊ะติดกับประตูปิดสนิทกันทั้งลมหนาวและแสงอาทิตย์  

    “หัวหน้าบอก” เสียงของอาจารย์สุดเฮี้ยบดังขึ้นเพื่อเตรียมตัวเรียนวิชางานฝีมือ เด็กสาวผมสั้นที่นั่งอยู่ติดหน้าต่างที่ไม่ว่าจะมีอะไรก็ตามทั้งครูเรียก ครูด่า เพื่อนว่า นินทา ดูหมิ่น เธอก็ไม่เคยสะดุ้งตื่นกลับทะลึ่งพรวดขึ้นมาจากการจำศีลเลย เธอหันมองซ้ายมองขวาทำหน้างงๆ เธอเอามือจับต่างหูสีดำขนาดเล็กที่ใบหู ซ่า....ซ่า ไม่ใช่....นั้นไม่ใช่เสียงของวิทยุสื่อสารขนาดเล็กที่ติดอยู่กับใบหูของเธอ เธอมองไปยังเด็กสาวผมมันเงายาวสลวยด้านหน้า มือของเด็กสาวง้างยางมัดผมแล้วเอายางลบเหนี่ยวไปกับแรงยิงแบบหนังสติ๊ก ทันทีที่เธอปล่อยมือจากยางลบขนาดเล็กมันก็พุ่งตรงไปยังท้ายทอยของเพื่อนสาว ปัก! เสียงยางลบก้อนเล็กกระแทกหัวของมายด์ เธอหันมามองเพื่อนสาวด้วยสายตาเคืองๆ “ไม”เอามือจับที่ตุ้มหูและชี้ไปยังหูของมายด์ เด็กสาวถอดสายหูฟังสีดำกลมกลืนกับสีผมของเธอออก ซ่า.....ซ่า เสียงของลำโพงขนาดเล็กที่ติดอยู่กับต่างหูส่งเสียงเบาๆพอที่เธอจะได้ยินเพียงคนเดียว เด็กสาวเอามือกดที่มันเบาๆ บรรยากาศทั้งห้องเงียบสนิท...ถ้าหากตอบรับสัญญาณตอนนี้คงได้ยินไปทั่วห้องแน่นอน เธอกดตัดสัญญาณก่อนจะกลับไปตั้งใจเขียนงานต่อ “หืม!?!” ไมจับต่างหูตัวเอง

                    “รหัส 1 ครืน!!!! ซ่า!!! ขอย้ำ ขอย้ำ เรียกรวมตัวด่วนทั่วประเทศ ขอย้ำเรียกตัวหน่วยพิเศษ F.B.I.s ทุกนายมารายงานตัวด่วนที่สลช.ด้วย ครืน!!!!!

     

    สิ้นเสียงจากวิทยุสื่อสารขนาดเล็กดับลงไมเริ่มร้อนรน ตามกฎการเรียกตัว หากไม่ใช่ช่วงปิดเทอมหรือรหัสการสั่งงานที่ร้ายแรงจริงๆจะไม่มีการเรียกรวมเด็ดขาด และยิ่งสิ่งที่เธอได้ยินนั้นคือรหัส 1‘ยิ่งแล้วใหญ่ ซึ่งถ้าเธอยังจำไม่ผิดคำว่ารหัส 1 อาจจะเปรียบได้กับหายนะครั้งใหญ่กำลังจะเกิดกันเลยทีเดียว แต่ทำไมเพื่อนสาวของเธอยังนิ่งเฉยอยู่นะหรือไม่ได้มีอะไรร้ายแรง เด็กสาวคิดแต่ความเป็นจริงแล้วเพราะเพื่อนสาวเธอปิดเสียงต่างหาก

    เมื่อเวลา 11.05 ที่ผ่านมา ณ จังหวัดเชียงใหม่ได้มีการค้นพบวัตถุประหลาดขนาดสูง 2 เมตรตกลงมาจากท้องฟ้า ตอนนี้เกองกำลังทหารได้เข้าปิดพื้นที่ไว้แล้ว….’

    มายด์เร่งเสียงคลื่นรายงานข่าวในหูฟังสีดำของเธอขึ้นเพื่อฟังข่าวสาร วัตถุประหลาด?? คำคำนี้สะดุดใจเธอมาก มันอาจจะเกี่ยวข้องมาถึงเธอ มายด์ตัดสินใจเปิดวิทยุสื่อสารขนาดเล็กที่ตุ้ม

     

    “วี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!  เสียงวิทยุโหยหวนสุดฤทธิ์ เด็กสาวตบโต๊ะละลุกพรวดขึ้นกลาห้องทันที

    “นางสาวณิชกมล!!!! เธอมีปัญหาอะไรค่ะ นี่มันในชั่วโมงเรียนนะ” อาจารย์ตะหวาดลั่น แต่เธอก็ตั้งชะงักด้วยเสียงกระแทกกันอย่างแรงระหว่างอะไรบางอย่างกับพื้นโลก หลังจากที่มายด์โยนหูฟังแล้วกระทืบมันจนเสียงโหยหวนนั้นหยุดลง ตูม!!! แรงสั่นสะเทือนทำเอาอาคารทั้งหลังสั่นสะเทือน เศษอิฐสีขาวตกลงมาตามโต๊ะเรียนและบนหัวของทุกคน 

                ประกาศ ขอให้นักเรียนทุกคนรีบออกจากตึกตามคำแนะนำของอาจารย์ และขอให้ทุกคนแยกย้ายกลับบ้านให้เร็วที่สุด

    นักเรียนทุกคนทำท่าเหมือนดีใจก่อนจะแยกย้ายออกจากห้องพร้อมเตรียมไปเตร็ดเตร่ที่ห้างสรรพสินค้า  แต่หลังจากที่ออกจากประตูโรงเรียนมาเด็กนักเรียนเหล่านั้นก็ต้องตกใจที่บขส.นั้นพังพินาศกลายเป็นกองเพลิง ตรงกลางทะเลเพลิงนรกนั้นเองที่ปรากฏเป็นวัตถุประหลาดขนาด 2 เมตรสีดำสนิทคล้ายเอาหินหล่อมาทำ มายด์กับหม่อนมองหน้ากัน

    “มายด์....ฉันจะไปดู” ไมว่าก่อนจะตรงไปที่บันไดเพื่อลงชั้นล่าง มายด์เลือกที่จะขึ้นไปบนดาดฟ้าอาคาร 6 ที่มี 4 ชั้นทำให้สามารถมองเห็นบขส.จากจุดนี้ได้ เด็กสาวผมยาวไม่วายที่จะคว้าเอา FR-F2 ปืนซุ่มยิงระยะไกลที่ซูมได้ถึง 8 เท่าขึ้นไปบนดาดฟ้าด้วย มายด์ปักหลักวางขาตั้งปืนก่อนจะซุ่มมองไมที่กำลังฟรีรันนิ่งไปบนท้องถนนที่มีการจราจรติดขัด

                    ไมหยุดที่ข้างริมคลองหน้าบขส.พร้อมกับมองไปที่เกิดเหตุ เธอมองด้วยสายตาแปลกๆ มันคืออะไรกันนะ?? ถ้าหากเป็นระเบิดทหารควรจะกันประชาชนพวกนี้ออกไปก่อนที่จะเกิดอะไรแย่ๆ แต่มันต้องมีอะไรแย่ๆแน่เลย......เธอรู้สึกได้ ไมไม่ยากเปิดวิทยุสื่อสารที่ตุ้มหูเธอในเวลานี้เพราะหากมันเป็นวัตถุที่ไวต่อคลื่นสัญญาณความถี่สูงมันอาจจะระเบิดไม่ก็เกิดอะไรแน่นอน ไมไม่อยากเสี่ยง ไมจ้องมองวัตถุประหลาดที่อยู่ห่างจากเธอไม่เกินร้อยเมตร ทหารนายหนึ่งทำท่ารับคำสั่งจากคนที่มีดาวเยอะกว่าตนและเดินเข้าไปหาวัตถุประหลาด เขาเอาไม้กระบองที่เหน็บอยู่ที่เอวออกมาและเขี่ยๆที่วัตถุประหลาด....

    “ไม่เห็นมีอะไร....” ยังไม่ทันที่นายทหารคนนั้นจะพูดจบประโยค ตูม! เสียงวัตถุประหลาดระเบิดจนหูของไมดับ นายทหารคนนั้นแหลกไปเพราะแรงอัดจากวัตถุประหลาด ควันจากเศษซากบขส.ลอยตลบฟุ้งในอากาศจน  ไมที่ไหวตัวทันฟุบตัวลงไปนอนกับพื้นก่อนที่ระเบิดจะปะทะ ถ้าเป็นนักเรียนม.ต้นทั่วไปปาดนี้คงเละเป็นศพไปแบบที่นอนอยู่ข้างๆเธอเป็นแน่แท้ ท่ามกลางฝุ่นละอองสีขาวขากเศษปูนและอิฐที่ลอยละล่องอยู่ในอากาศ ไมพยายามประคองตัวเองให้ลุกขึ้น ...แกรก เสียงเหยียบเศษซากปรักหักพังดังขึ้น เงียบ....มันฟังดูพิการชอบกล เด็กสาวเอาแหวนสีเงินออกดำๆ 8 วงขึ้นมาใส่ไว้ที่นิ้วมือทั้งสองข้าง ข้างละสี่วงจากนั้นเธอกดมันเข้าหากันสี่วง กลไกลที่อยู่ในแหวนทำงาน เหล็กลักษณะทื่อๆยื่นออกมาด้านข้างแหวนเชื่อมพวกมันเข้าหากกัน....ถ้าหากไม่มองให้เป็นแหวนเงินมันก็คงจะเป็นสนับมือดีๆนี่เอง ไมยกมือทั้งสองข้างขึ้นเพื่อตั้งการ์ดสูงเธอหลับตาและตั้งสมาธิไปที่หู มันน่าแปลกทั้งๆที่ท่ามีระเบิดขนาดนี้มันน่าจะมีเสียงคนร้องโอดครวญบ้างสิ ไม่มีทางที่จะไม่มีคนบาดเจ็บแน่นอน วูบ ลมหน้าหนาวเข้าปะทะใบหน้าของไมจนชาเพราะความเย็น

                    !!!!!!!” ไมอ้าปากค้างด้วยความตกใจ นี่มันอะไรกัน? ภาพของท้องถนนที่เต็มไปด้วยคราบเลือดและเศษชิ้นส่วนอวัยวะมนุษย์ ซากศพนอนตายเกลื่อน....แล้วไหนยังจะเงาของกลุ่มผู้คนที่ยืนทำตัวโยกไปมานั้นอีก เสียงครางฮือฮาทำเอาไมขนลุกชัน ปี๊ก! ไมเปลี่ยนเอาวิทยุสื่อสารที่มีลักษณะคล้ายหูฟังแบบไร้สายขึ้นมาเสียบเข้าที่หูและเปิดมัน

    “เรียกศูนย์....เรียกศูนย์ขอย้ำ เรียกศูนย์ มีใครอยู่ที่เซ็นเตอร์บ้าง” ไมกรอกเสียงอย่างแผ่วเบาแต่หนักแน่

    (พวกทีมงานที่สลช.กับหน่วยพิเศษบาง ส่วนทราบแล้วเปลี่ยน นั้นใคร...ไมเหรอ?) เสียงจากเซ็นเตอร์ดังขึ้น

    “ใช่ฉันเอง ตอนนี้สถานการณ์ที่นั้นเป็นยังไงบ้างขอแผนการหน่อย” ไมเริ่มเห็นท่าไม่ดีเพราะกลุ่มคนเหล่านั้นเริ่มเดินเข้ามาใกล้ เธอมองไปที่สะพายข้ามคลอง....เธอแทรกตัวลงไประหว่างกระถางต้นไม้ขนาดใหญ่สองอันและซุ่มมองกลุ่มคนเหล่านั้น .....(ไม!! เธออยู่ที่ไหนนะ? ทำไมฉันได้ยินเสียงแปลกๆ เธออยู่ข้างนอกเหรอ?? บ้าเอ้ย! หาที่ซ้อนตัวซะ) เสียงโวยวายจากคนที่เซ็นเตอร์ดังขึ้นเป็นการใหญ่ ไมเริ่มงุนงงกับสถานการณ์

    “เกิดอะไรขึ้น” ไมพยายามเพ่งมองผ่านคอนเทคเลนส์ของตัวเองไปที่เงาของกลุ่มคน  “โอพระเจ้า!” ไมปิดปากตัวเอง

    (ตอนนี้สถานการณ์ที่เซ็นเตอร์กำลังแย่เลย เราต้องปิดทางเข้าออกทุกทางเพราะตัวประหลาดนะสิ เหมือนไอ้พวกที่มันอยู่ในหนังที่เธอชอบอะ เขาเรียกอะไรนะ? “ซอมบี้”  ใช่มั๊ย?) เสียงพูดจากหูฟังไร้สายทำเอาไมอึ้งกิมกี่ ภาพที่ประจักตรงหน้าของไมทำเอาเธอหายใจลำบาก ราวกับตอนนี้เธอหลุดเข้ามาอยู่ในบรรยากาศกองถ่ายเรื่อง The walking dead. เหล่ากลุ่มคนที่มีทั้งไส้และมันสมองไหล เลือดออกตามปาดแผล บ้างแขนและขาไม้ครอบท้วน บ้างก็กำลังเคี้ยวกินชิ้นส่วนจากร่างกายมนุษย์  กึก! ไมถึงกับสะดุ้งเฮือก นี่เธอเหยียบกิ่งไม้หักงั้นเหรอ? บ้าน่านี่มันไม่ใช่ละครหลังข่าวนะที่นางเอกกำลังหลบผู้ร้ายอยู่แล้วเกิดเหยียบโดนกิ่งไม้แห้งนะ!! กลุ่มซากศพมองมาทางที่ไมซ่อนตัวและย่างสามขุมเข้ามาหา ปัง! เสียงปืนดังจากระยะไกลแต่กลับสะท้อนก้องไปกับช่วงตึก มายด์นั้นเอง

    (ครืน.....ซ่า...ไม! ออกมาจากตรงนั้นซะ ฉันจะยิงสกัดแค่สองสามนัดแล้วจะลงไปปิดประตูตึก รีบมาที่โรงเรียนซะ) มายด์กระแทกเสียงใส่ไมค์ลอยที่อยู่ข้างปากก่อนจะยิงสอยเอาซากศพเดินได้ไปสี่ถึงห้าตัว

                    มายด์ผลักประตูดาดฟ้าออกและกระโจนตัวข้ามบันไดเกือบสิบขั้นลงไปด้านล่างเธอทำอย่างนั้นจนมาถึงชั้น 1 เป็นไปตามที่เธอคาดไว้ พวกซอมบี้เดินกันให้ว่อนหน้าอาคาร แย่แล้วเสียงที่กระโจนลงมาเมื่อกี้มันดังเกินไป มายด์มองรองเท้านักเรียนสีดำของตัวเอง เพราะมันไม่มีดอกยางทำให้เธอวิ่งยาก แถมพวกเธอยังไม่ใช่ “F.B.I.s” ภาคสนามเหมือนไมซะด้วยสิจะได้มีพื้นฐานเป็นฟรีรันนิ่งแมนที่สามารถวิ่งได้เร็วๆทุกสถานะและทุกพื้นที่  มายด์ถอดร้องเท้านักเรียนออก จากนั้นเธอก็ทิ้งFR-F2ไว้บนพื้น มายด์ควักเอาปืนสั้นปรับแต่งแบบยิงระยะไกลออกมาถือไว้เพราะน้ำหนักมันเบากว่า เธอวิ่งไปที่ประตู 2 ของอาคารยิงซอมบี้ 5 ตัวที่พยายามจะเดินเข้าไปในตึก มายด์กระโดดคว้าเอาม่านเหล็กที่มีรอยคราบเลือดเป็นรูปมือห้านิ้วประทับอยู่ มันอยู่ในลักษณะรูดลงมาได้ครึ่งหนึ่ง คาดว่าคงเป็นภารโรงที่พยายามจะหนีโดยการเอาม่านเหล็กรูดลงแต่คงโดนจู่โจมก่อน มายด์โหนตัวทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงไปที่ปลายเท้า ม่านเหล็กรูดลงจนสุด เธอเอาที่ถูพื้นคั้นไว้ตรงตัวล็อคเพื่อไม่ให้ประตูเลื่อนขึ้น เด็กสาววิ่งขึ้นบันไดด้านหลังตัวเองจนถึงชั้นสองหักเลี้ยวและไปลงบันไดอีกทางหนึ่งเพื่อปิดประตู 1 มายด์มองบันไดที่มีแต่เหล่าซอมบี้นับสิบเดินโยกตัวพรางมองเธอ

    “ให้ตายเถอะ...นี่พวกแกเหยียบFR-F2ลูกรักฉันเหรอ?.....” มายด์พึมพำเบาๆก่อนจะยกสองปืนในมือขึ้นและยิงสลับกันสองข้าง

                F.B.I.s เป็นหน่วยงานพิเศษที่คัดเลือกเด็กจากการไปเข้าค่ายลูกเสือโลก โดยมีองค์กรร่วมคือองค์กรลูกเสือโลก คนที่ได้รับคัดเลือกจะอยู่ในช่วงม.ต้นถึงม.ปลาย มีทักษะในการใช้ชีวิตและการต่อสู้ สามารถเอาชีวิตรอดได้ในสถานการณ์ที่ร้ายแรง จัดตั้งขึ้นเพื่อสืบสวนและทำงานในสิ่งที่ผู้ใหญ่ทำไม่ได้

     

    เม็ดกระสุนทุกนัดเข้าเป้าอย่างไม่ต้องสงสัย เหล่าซอมบี้ที่เรียงหน้าขึ้นมาลมไปทีละตัวสองตัว มายเดินลงไปเรื่อยๆ แชะๆ กระสุนทั้งแม็กซ์หมด  ซอมบี้ล้มลงไปทั้งหมดสามสิบตัวตามที่คาดการณ์ มายด์กดปืนข้างไกรปืนเพื่อปลดแม็กซ์กาซีนของปืนออก

    F.B.I.s แบ่งออกเป็นสองสายภาค แต่แก่ภาควิชาการและภาคสนาม แต่และภายยังมีสายวิชาที่ปลีกย่อยลงไปอีก เป็นภาควิชาการสามวิชาและภาคสนามสามสาย

     

    มันหล่นลงสู่พื้นมายด์โยนปืนขึ้นกลางอากาศพร้อมกับควักแม็กซ์กาซีนจากต้นขา ในจังหวะที่ปืนตกลงมามายด์เอาปล่อยแม็กซ์กาซีนกลางอากาศ มือทั้งสองจับปืนและกระแทกทับแม็กซ์กาซีนลงที่ต้นขาราวกับภาพสโล กลายเป็นภาพปรกติทันทีที่มายด์เริ่มยิงต่อ พวกซอมบี้ตายไปอย่างรวดเร็ว

     

                      ในภาควิชาการสามวิชาคือ วิชาถนัดยิงระยะไกล วิชาถนัดใช้ของมีคมและวิชาถนัดทฤษฏี มายด์อยู่ในภาควิชาการ วิชาถนัดการยิงระยะไกล พื้นฐานคือทฤษฏีวิชาปืน ไม่ถนัดการต่อสู้แบบประชิดตัว แต่ถ้าหากพูดถึงเรื่องซุ่มยิงหรือยิงระยะไกลเกิน 1 เมตร มือโปรอย่างเธอไม่เคยพลาด

     

    มายด์มองซากซอมบี้ที่ยังมีแค่นิ้วบางนิ้วขยับไปมาชวนอาเจียน เธอใช้ปลายเท้าเขี่ยแขนข้างหนึ่งของใครไม่รู้ที่ทับอยู่บนFR-F2ออกและยกลูกรักของเธอขึ้นมากอดไว้  เธอเช็ดมันและเอาไปวางเบาๆไว้ด้านหลัง

    “ฮือ..........เฮ้อ........” มายด์ถอนหายใจเอา พร้อมกับหันกลับไปมองราวกับวงล้อมซอมบี้ พวกมันมากมายจนแม็กซ์กาซีนแค่ 8 อันของเธอคงมีไม่เพียงพอ เธอสูดลมหายใจและ.....

     

    (ไม!!!! กว่าจะถึงนะอีกนานมั๊ย!!!)  เสียงยิงปืนแทรกขึ้นมาเป็นระยะๆทำเอาไมถึงกับสะดุ้ง

    “ก็เซ็นเตอร์ไม่อนุญาตให้เข้าปราบปรามจนกว่าจะรู้แน่ชัดว่ามันเป็นอะไรกันแน่??” ไมพรางตัวไปตามเส้นทางแคบๆตามบ้านพักของไอยาการ เสียงของปืนทำเอาเธอเสียสมาธิ เดาว่ามายด์คงจะยังไม่ได้จูลไปคลื่นความถี่สูงเซ็นเตอร์แน่เลย ไมกระซิบบอกมายด์อย่างแผ่วเบา

    (ไม!!! ไม่ต้องรอคำสั่งแล้ว ฝ่ามาเลยอย่างด่วนฉันจะแย่แล้ว) ไมถอนหายใจพร้อมกับเลิกย่องเบาเป็นตีนแมว เด็กสาวผมสั้นฟรีรันนิ่งหลบไปตามสิ่งกีดขวาง เคร้ง!! เสียงเหล็กปะทะกันจากการที่ปลายเท้าไมตวัดไปถูกท่อนเหล็กหล่นใส่สังกะสี ไมเพิ่มความเร็วขึ้นอีกจนในที่สุดเธอก็เข้าสู่รั้วโรงเรียน ปัง! ปัง! เสียงปืนเป็นสัญญาณบอกอย่างดีได้ว่าคู่หูของเธออยู่ที่ไหน

     

                    ในภาคสนามแล้วแบ่งออกเป็นสามสาย ได้แก่ สายร่างกาย สายแม่นปืนและสายการใช้ของมีคม ไมอยู่ในภาคสนามสายร่างกาย มีพื้นฐานคือการฟรีรันนิ่งและเทควันโด โดนเน้นเรื่องการเข้าจู่โจมจากการต่อสู้โดยตรงหรือพึ่งอุปกรณ์อย่างจำพวกสนับมือ ไม่ถนัดเรื่องการใช้เครื่องทุ่นแรงจำพวกปืนเป็นต้น

     

    ฟิว!! วัตถุทรงกลมลอยมาทางมายด์ เธอก้มหลบอย่างรวดเร็ว มันคือหัวคน!! เธอมองไปยังทิศทางที่มันมาไมนั้นเอง ขาของไมลอยค้างอยู่กลางอากาศในท่าเตะ นั้นแหละข้อแตกต่างของหน่วยพิเศษภาคสนามและภาควิชาการ มันคือพละกำลังยังไงละ ไมกระโดดลอยตัวขึ้นสู้กลางอากาศก่อนจะสะบัดปลายเท้าที่เพิ่งพับเก็บไปในท่าเตะเฉียง ซอมบี้ตัวที่โดนแรงอัดถึงกับกระเด็นไปอีกทาง ทันทีที่เท้าของไมแตะพื้นเธอก็สวนสนับมือสีเงินอมดำของเธอเข้าที่สีข้างซอมบี้ตัวข้างๆอย่างแรงจนมีเสียงเหมือนของหักดังขึ้น และอย่างที่รู้กันซอมบี้นั้นไม่มีทางมีความเจ็บปวดได้อยู่แล้วเพราะมันตายไปแล้ว ไมเปลี่ยนเป้าหมายโจมตีตามทฤษฏีของหนังซอมบี้ นั้นหมายถึงต้องโจมตีที่หัว ไมย่อตัวลงต่ำพร้อมกับดีดตัวขึ้นอัปเปอร์-คัดที่หัวของซอมบี้ตัวหนึ่งจนหลุดกระเด็น มายด์ตะโกนบอกให้ไมรีบเข้ามาด้านในม่านเหล็กที่เธอรูดลงเหมือนเพียงความสูงเหนือเข่าเท่านั้น ไมละสายตาจากซอมบี้ด้านหน้าแล้วกระโจนในท่าของเสือตระคลุบเหยื่อเข้าไปในม่านเหล็ก แย่แล้วสไลท์เข้าไปไม่ได้เพราะพื้นไม่ลื่น มันเป็นคอนกรีท!!! สำหรับไมแล้วคอนกรีทมักตามมาหลังการกระทำเสมอ ขาขาวๆของเธอไถลไปกับพื้นจนเป็นแผลถลอก เลือดไหลออกจากแผลเป็นทางยาว กระโปรงสีกรมท่าของเธอฉีกขาดขึ้นสูงจนถึงขาอ่อน.....

                    ไมพยุงตัวขึ้นบันไดทีละขั้นด้วยความเจ็บที่ขา แม้จะไม่เจ็บมากแต่เลือดที่เสียงไปมากเกิน 500 มิลิลิต (คิดภาพขวดโออิXใส่เลือด เพราะโออิXมันขวดหนึ่ง 500 มิลิลิต) มันก็แทบจะทำให้เธอเดินไม่ไหว  ยังไม่ทันที่จะถึงชั้นที่สองของอาคารไมก็จำเป็นจะต้องนั่งลงบนขั้นบันได เธอถอดกระโปรงออก มายด์ตกใจเกือบจะกรีดร้องหากไม่เห็นกางเกงยืดขาสั้นที่เธอใส่ซ้อนเอาไว้ ไมเอากระโปรงนั้นมาฉีกและพันรอบๆขาของตัวเองก่อนจะส่งยิ้มประมาณว่า ไม่เป็นอะไร ฉันสบายดี ไปให้มายด์ มายด์ถอนหายใจแล้วเข้าไปช่วยพยุงจนในที่สุดพวกเธอทั้งสองกันขึ้นมาถึงชั้นสองของตัวอาคาร 

    “แย่แล้ว....” ไมมองม่านเหล็กของบันไดทางขึ้นชั้นสามถูกเลื่อนลงปิดเอาไว้ เมื่อมองผ่านช่องที่สามารถเอามือลอดเข้าไปเธอก็เห็นว่ากุญแจมันล็อคอยู่

    “หวังว่าเราคงไม่ต้องขึ้นไปข้างบนหรอกนะ” ไมบ่นกับตัวเอง มายด์วางไมลงบนพื้นอย่างเบามือพร้อมกับเปิดแผลของไมออกช้าๆ ไมสะดุ้งสุดตัวและกัดฟันกรอด เนื้อสีแดงสดบางจำนวนหลุดลอกออกมาพร้อมกับผ้าของกระโปรง เลือดเริ่มซึมออกมาอีกครั้ง ไมน้ำตาเล็ดออกมานิดหน่อยด้วยเจ็บปวด เธอเอามือทุบม่านเหล็กที่อยู่ข้างหลังและหายใจหอบแรง มันคงจะเจ็บมาก มายด์เอามือปิดปากเพราะของเก่าเมื่อเที่ยงมันกำลังตีสวนขึ้นมาตามทางเดินอาหาร

    “เออ....เดี๋ยวจะหาน้ำมาล้างแผลนะ” มายด์แยกตัวออกไปค้นตามห้องต่างๆ อาคาร 6 นั้นประกอบไปด้วย 4 ชั้นเรียน ชั้นที่ 1 คือชั้นเรียนธรรมดา ชั้น 2 คือชั้นเรียนอังกฤษ ชั้นที่ 3 คือชั้นเรียนคณิตศาสตร์ ชั้นสุดท้ายเป็นชั้นเรียนวิทยาศาสตร์ มายด์เดินเตร่ไปตามห้องต่างๆเพื่อหาน้ำเปล่าซักขวดที่เอามาล้างแผลให้คู่หูเธอได้ ครืน....ครืน.....เสียงวิทยุความถี่สูงดัง

    (เฮ้ยมายด์ ไม พวกเธอเป็นไงบ้างยังปลอดภัยรึเปล่า ทำไมเมื่อกี้พวกฉันได้ยินเสียงปืนกับเสียงเอ็ดตะโร) เสียงจากเซ็นเตอร์ดังขึ้น  มายด์รายงายสถานะภาพตอนนี้อย่างละเอียด

    (อืม....ทางนี้เองก็ได้รับความเสียหายเหมือนกัน เพราะมีพวกเราคอยทยอยมาเรื่อยๆการเปิดประตูก็เลยยาก มันเสี่ยงต่อการจะมีพวกมันเข้ามาด้วย แถมเราต้องคอยเช็คตลอดด้วยว่าใครติดเชื้อรึเปล่า เออ.....ว่าตะ!!! วี๊ดดดดดดดดดดด) เสียงคลื่นความถี่สูงดับไปทิ้งไว้เพียงความแสบแก้วหูที่ยังหลงเหลือ บ้าเอ๊ย! คลื่นหาย?? มายด์คิดในใจก่อนจะยื่นคอออกไปนอกระเบียงและบ้องตามองท้องฟ้า เมฆครึ้มราวกับฝนจะมายังไงยังงั้น มายด์ถอนหายใจ เธอหดหัวกลับเข้าไปในตัวอาคารและพังประตูบานใกล้ๆ

    “เฮ้อ!!!!!!!!” ซากศพที่ใส่ชุดสีกากีถลาเข้ามาใส่มายด์อย่างรวดเร็ว มายด์ที่ตั้งตัวไม่ทันถอยหลังจนสะดุดขาตัวเองล้มลง ซอมบี้ตัวนั้นขึ้นคร่อมตัวเธอพร้อมกับทำท่าจะก้มลงกัดมายเอามือข้างหนึ่งยันไว้และอีกข้างหนึ่งพยายามที่จะเอื้อมไปหยิบปืนด้านหลัง แต่แรงของมันที่พยายามจะกดตัวเธอไว้มันช่างมากมาย เด็กสาวต้องพยายามแอ่นหลังเพื่อหยิบปืนที่เหน็บอยู่แต่ทุกครั้งที่แอ่นหลัง ซอมบี้ตัวนั้นก็จะพยายามเอาหน้าลงมากัดเธอ มายส่งแรงไปยังมือที่จับหน้าผากมันอยู่ มันสมองสีแดงกระจายจากแรงบีบของมายด์ไปทั่วใบหน้า มายด์รู้สึกอยากอาเจียนเพราะมันก็กระเด็นเข้าปากด้วยเช่นกัน ผลัก!!! หัวของซอมบี้นั้นหายไปทิ้งไว้แต่เลือดจากหลอกเลือดใหญ่สาดกระเซ็นใส่ชุดนักเรียนของมายด์

    “เป็นไรป่ะ?” ไมหอบหายใจพร้อมกับนั่งลงข้างๆ มายด์พยายามเช็ดปาก

    ท่าทางจะช็อกน่าดู พวกภาควิชาการนี่เนอะ คงไม่เคยเจอกับการต่อสู้จนเลือดสาดแบบนี้.....พวกฉันสิเจอบ่อย ==’’

    ไมขำเพื่อนสาวที่ค่อยข้างจะลูกคุณหนูที่ในตอนนี้กำลังยื่นหน้าออกไปอ้วกนอกตัวอาคาร ไมมองซากศพที่เธอเพิ่งจะเตะจนหัวหลุดไป.....อาจารย์คนนี้เพิ่งสองพวกเธอไปเมื่อคาบก่อนเที่ยง.....คงจะโดนกัดแล้ววิ่งเข้ามาหลบในห้องพักครู

    “โลกเรามันถึงตอนจบแล้วเหรอ??”

    ไมพึมพำกับตัวเอง มันจะมีทางรอดไปบ้างมั๊ยนะ?......นี่แหละ...วินาทีที่ทุกสิ่งทุกอย่างจบสิ้นลง

    ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    ความคิดเห็น